กลยุทธ์ Retargeting สำหรับสถาบันการศึกษา: เปลี่ยนผู้ปกครองที่ลังเลให้กลับมาสมัครเรียน
ทำความเข้าใจวงจรการตัดสินใจของผู้ปกครอง และเรียนรู้วิธีใช้กลยุทธ์ Retargeting เพื่อดึงดูดผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ให้กลับมาทำการสมัครเรียนหรือลงทะเบียน Open House อย่างมีประสิทธิภาพ
การเลือกสถาบันการศึกษาให้กับบุตรหลาน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนนานาชาติ มหาวิทยาลัย หรือสถาบันกวดวิชา เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดของผู้ปกครอง ด้วยเหตุนี้ วงจรการตัดสินใจ (Decision-making Cycle) จึงต้องอาศัยระยะเวลาค่อนข้างนาน ผู้ปกครองมักจะไม่ตัดสินใจสมัครเรียนทันทีที่เข้ามาดูเว็บไซต์หรือเห็นโฆษณาในครั้งแรก แต่จะใช้เวลาในการศึกษาข้อมูล เปรียบเทียบหลักสูตร ดูค่าเทอม และอ่านรีวิวจากผู้ปกครองท่านอื่น
ข้อมูลเชิงสถิติจากการทำการตลาดดิจิทัลชี้ให้เห็นว่า ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ส่วนใหญ่กว่า 90% มักจะออกจากเว็บไซต์ไปโดยไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆ (เช่น การกรอกฟอร์มสอบถามหรือลงทะเบียน) นี่คือจุดที่กลยุทธ์ Retargeting เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดึงผู้ปกครองกลุ่มนี้ให้กลับมาพิจารณาสถาบันของคุณอีกครั้ง AdmissionGrow ในฐานะที่ปรึกษาการตลาดด้านการศึกษา ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกวิธีการใช้ Retargeting เพื่อเพิ่มยอดสมัครเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
ทำไม Retargeting ถึงสำคัญสำหรับโรงเรียนและสถาบันการศึกษา?
Retargeting (หรือ Remarketing) คือกลยุทธ์การโฆษณาออนไลน์รูปแบบหนึ่ง ที่ระบบจะแสดงโฆษณาของคุณไปยังกลุ่มคนที่เคยเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือเคยมีปฏิสัมพันธ์กับช่องทางโซเชียลมีเดียของสถาบันมาก่อนหน้า สาเหตุที่กลยุทธ์นี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการตลาดด้านการศึกษา ได้แก่:
- สอดคล้องกับวงจรการตัดสินใจที่ยาวนาน: ผู้ปกครองอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปีในการหาข้อมูล การส่งโฆษณาไปย้ำเตือนความจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สถาบันของคุณอยู่ในใจของพวกเขา (Top of Mind) เสมอเมื่อถึงเวลาตัดสินใจ
- เพิ่มโอกาสในการปิดการขาย (Conversion Rate): คนที่เคยเข้าเว็บไซต์ของคุณย่อมมีความสนใจในระดับหนึ่งแล้ว การใช้งบประมาณโฆษณาไปกับกลุ่มคนที่มีความสนใจ (Warm Leads) ย่อมให้ผลตอบแทน (ROI) ที่คุ้มค่ากว่าการยิงโฆษณาหาคนที่ไม่เคยรู้จักสถาบันมาก่อนเลย
- สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ: การที่ผู้ปกครองเห็นแบรนด์สถาบันของคุณบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งบน Facebook, Google หรือเว็บไซต์ข่าวสาร จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพ
4 กลยุทธ์ Retargeting ที่สถาบันการศึกษาควรนำไปปรับใช้
การทำ Retargeting ไม่ใช่แค่การส่งโฆษณาตัวเดิมซ้ำๆ ไปหาทุกคน แต่ต้องมีการจัดกลุ่มเป้าหมายและปรับข้อความให้เหมาะสมกับความสนใจ ดังนี้
1. การทำ Retargeting ตามหน้าเว็บไซต์ที่เข้าชม (Page-Specific Retargeting)
ผู้ปกครองที่เข้ามาดูหน้า "หลักสูตรอนุบาล" ย่อมมีความต้องการต่างจากผู้ที่ดูหน้า "เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย" คุณสามารถตั้งค่าระบบให้ส่งโฆษณาที่ตรงกับหน้าเว็บที่พวกเขาเพิ่งเข้าไปดูได้
- ตัวอย่าง: หากผู้ปกครองเข้าชมหน้าค่าเทอม (Tuition Fees) แต่ยังไม่ได้สมัคร คุณอาจทำโฆษณา Retargeting ที่นำเสนอข้อมูลทุนการศึกษา หรือโปรแกรมการผ่อนชำระค่าเทอม
- ตัวอย่าง: หากเข้าชมหน้าสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities) ให้ส่งโฆษณาที่เป็นวิดีโอพาทัวร์โรงเรียนหรือสัมภาษณ์นักเรียนที่กำลังใช้งานห้องปฏิบัติการ
2. Retargeting เพื่อเชิญชวนร่วมงาน Open House
งาน Open House เป็นกิจกรรมที่ทรงพลังที่สุดในการปิดการสมัครเรียน เมื่อสถาบันของคุณกำลังจะจัดงาน การนำรายชื่อคนที่เคยทักแชทมาสอบถาม คนที่เคยกดไลก์โพสต์ หรือคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มาทำ Retargeting ด้วยโฆษณาเชิญชวนลงทะเบียนเข้าร่วมงาน จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานได้อย่างก้าวกระโดด
3. Cross-Platform Retargeting เชื่อมต่อทุกจุดสัมผัส
พฤติกรรมของผู้บริโภคยุคปัจจุบันไม่ได้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ผู้ปกครองอาจค้นหาชื่อโรงเรียนผ่าน Google Search เข้ามาอ่านข้อมูลบนเว็บไซต์ จากนั้นปิดหน้าจอไป การทำ Cross-platform คือการตั้งค่าให้โฆษณาของโรงเรียนไปปรากฏบน Feed ของ Facebook, Instagram หรือแม้แต่ TikTok เมื่อพวกเขาเปิดแอปพลิเคชันเหล่านั้นขึ้นมาในภายหลัง ช่วยสร้างความรู้สึกที่ว่าสถาบันของคุณมีความโดดเด่นและเข้าถึงได้ทุกที่
4. Sequential Retargeting (การส่งสารตามลำดับขั้น)
เพื่อไม่ให้ผู้ปกครองรู้สึกรำคาญหรือเบื่อหน่าย คุณสามารถตั้งค่าโฆษณาให้เปลี่ยนไปตามระยะเวลา ตัวอย่างเช่น:
- วันที่ 1-3 หลังจากเข้าเว็บไซต์: โฆษณานำเสนอจุดเด่นของหลักสูตร
- วันที่ 4-7: โฆษณานำเสนอรีวิวความประทับใจจากผู้ปกครองปัจจุบัน (Social Proof)
- วันที่ 8-14: โฆษณาเชิญชวนให้ทัก Line OA เพื่อปรึกษาครูแนะแนว หรือลงทะเบียนเยี่ยมชมสถานที่จริง
การเตรียมเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับกลยุทธ์ Retargeting
หัวใจสำคัญที่จะทำให้การทำ Retargeting ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์มโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "เว็บไซต์" ของสถาบันการศึกษาที่เป็นศูนย์กลางในการเก็บข้อมูล หากเว็บไซต์โหลดช้า โครงสร้างสับสน หรือไม่ได้ติดตั้งเครื่องมือติดตามผล กลยุทธ์ทั้งหมดก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
สถาบันจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องมืออย่าง Meta Pixel (Facebook Pixel), Google Analytics 4 (GA4) และ Google Tag Manager เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรมการเข้าชมอย่างแม่นยำ ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่ต้องมีการแจ้งเตือนการเก็บ Cookie อย่างชัดเจน
การมีเว็บไซต์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี รองรับการทำงานบนมือถือ (Mobile Responsive) และมีโครงสร้างรองรับการเก็บข้อมูลการตลาดดิจิทัล ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว หากสถาบันของคุณกำลังต้องการยกระดับแพลตฟอร์มออนไลน์ การพิจารณาจ้างเอเจนซี่รับทำเว็บไซต์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคและการตลาดโดยตรง จะช่วยให้การวางระบบ Tracking ต่างๆ ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไร้รอยต่อ และพร้อมสำหรับการขยายสเกลโฆษณาในอนาคต
เพิ่มประสิทธิภาพแคมเปญด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก AdmissionGrow
การตั้งค่าโฆษณา Retargeting ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต้องอาศัยทั้งศิลปะในการสื่อสาร (Content & Creative) และวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) ที่ AdmissionGrow เราเข้าใจถึงความแตกต่างของวงจรการตัดสินใจในแต่ละช่วงวัยของนักเรียน เรามีบริการแพ็กเกจการตลาดดิจิทัลที่ยืดหยุ่น ปรับแต่งได้ตามขนาดของสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ต้องการผู้เข้าร่วมงาน Open House หลักร้อยคน หรือสถาบันกวดวิชาขนาดเล็กที่ต้องการเพิ่มยอดนักเรียนในคลาส เราพร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้งบประมาณการตลาดของคุณเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
คำถามที่พบบ่อย
Retargeting จะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกรำคาญหรือไม่?
หากตั้งค่าความถี่ (Frequency Cap) มากเกินไปอาจทำให้เกิดความรำคาญได้จริง ดังนั้นเอเจนซี่ที่มีความเชี่ยวชาญจะกำหนดความถี่ในการเห็นโฆษณาให้อยู่ในระดับที่พอดี เช่น ไม่เกิน 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีการสลับสับเปลี่ยนชิ้นงานโฆษณา (Ad Creative) เพื่อให้เนื้อหามีความสดใหม่เสมอ
ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ในการทำ Retargeting?
ข้อดีของ Retargeting คือใช้งบประมาณน้อยกว่าการทำแคมเปญหาลูกค้าใหม่ (Acquisition) ค่อนข้างมาก เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายมีขนาดเล็กและเฉพาะเจาะจงกว่า คุณสามารถเริ่มต้นได้ด้วยงบประมาณเพียง 10-20% ของงบโฆษณาทั้งหมดที่ใช้ในแต่ละเดือน
สถาบันขนาดเล็กสามารถทำ Retargeting ได้หรือไม่?
ทำได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าสถาบันจะเล็กหรือใหญ่ ตราบใดที่มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์หรือหน้าเพจโซเชียลมีเดีย คุณก็สามารถเก็บข้อมูลเหล่านี้มาทำ Retargeting ได้ AdmissionGrow มีแพ็กเกจบริการที่ออกแบบมาเพื่อสถาบันการศึกษาทุกขนาด เพื่อช่วยให้สถาบันขนาดเล็กสามารถแข่งขันในตลาดดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง